สุขภาพสูงวัย สดใส ปลอดภัยจากการหกล้ม
ภาพรวม
สุขภาพแข็งแรงในวัยสูงอายุเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แต่การหกล้มเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ร่างกายเสื่อมถอย การป้องกันการหกล้มสามารถทำได้ และช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่สดใสและปลอดภัย
ผลกระทบจากการหกล้ม
การหกล้มส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุใน 3 ด้านหลัก:
ทางร่างกาย: เกิดการบาดเจ็บ เช่น กระดูกหัก เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง แผลฟกช้ำ หรือเนื้อเยื่อฉีกขาด ส่งผลให้การเคลื่อนไหวแย่ลงและข้อเสื่อมเร็วขึ้นหากหกล้มซ้ำๆ
ทางจิตใจ: ทำให้เกิดความกลัวและไม่มั่นใจในการเคลื่อนไหว จนจำกัดการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลงและการทรงตัวแย่ลง
ทางสังคม: ญาติหรือผู้ดูแลต้องเสียเวลาในการดูแลช่วยเหลือในชีวิตประจำวันและการฟื้นฟูสมรรถภาพมากขึ้น
สาเหตุของการหกล้ม
ปัจจัยทางร่างกาย: ความเสื่อมถอยของกระดูก (โดยเฉพาะภาวะกระดูกพรุนในหญิงวัยหมดประจำเดือน) และกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงปัญหาการมองเห็น (ต้อกระจก, จอประสาทตาเสื่อม) และการทรงตัว (น้ำในหูผิดปกติ)
ปัจจัยจากโรคเรื้อรัง: ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง อาจทำให้หน้ามืดหรือเวียนศีรษะได้ง่าย ซึ่งอาจเกิดจากตัวโรคเองหรือยาที่รับประทาน
ปัจจัยชักนำ: ความเจ็บป่วยแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ หรือพฤติกรรมความเคยชิน เช่น การนุ่งผ้าถุงยาวถึงเท้า หรือใส่รองเท้าแตะฟองน้ำ
ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม: สภาพพื้นลื่น มีพื้นต่างระดับ แสงสว่างไม่เพียงพอ ข้าวของวางระเกะระกะ หรือสัตว์เลี้ยงที่ทำให้เดินสะดุด
การป้องกันการหกล้ม
การออกกำลังกาย: สม่ำเสมอเพื่อฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ฝึกการเคลื่อนไหว การทรงตัว และยืดเหยียดเส้นเอ็น
โภชนาการ: ควรได้รับแคลเซียมและโปรตีนเพียงพอ (แคลเซียม 800-1000 กรัมต่อวัน ตามที่ระบุในเอกสาร)
อาหารแนะนำ: นมวัว หรือนมจากธัญพืช งาดำ ปลาตัวเล็ก กุ้งฝอย และผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักคะน้า
การมองเห็น: ตรวจตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อดูแลรักษาโรคตาตามวัยตั้งแต่เนิ่นๆ
รองเท้า: สวมใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับวัยและกันลื่น
สภาพแวดล้อม: ปรับบ้านให้ปลอดภัย ทางเดินไม่ลื่น มีราวเกาะในห้องน้ำและจุดต่างระดับ ย้ายที่นอนลงชั้นล่างเพื่อเลี่ยงบันได และจัดแสงสว่างให้เพียงพอ
ข้อควรปฏิบัติเมื่อหกล้ม
หากมีการหกล้มเกิดขึ้น ควรรายงานให้แพทย์ทราบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งอาจเกิดจากความเจ็บป่วยทางกาย (เช่น ความดันตกขณะเปลี่ยนท่า), ยาที่รับประทาน, หรือโรคทางระบบประสาทและสมองที่รักษาได้
แหล่งที่มา: https://www.rama.mahidol.ac.th/fammed/th/article/patient/28jul2020-1231
