DooLaeDee Logo

Main Menu Bar on the DooLaeDee Website

Use this to navigate between different parts of the DooLaeDee website.

แนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุในคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

โดย พญ.จิตติมา บุญเกิด

เผยแพร่เมื่อ 18 มกราคม 2026

แนวปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุในคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ

แนวทางการดูแลและจัดการภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ: จากการคัดกรองสู่การดูแลแบบองค์รวม

ภาวะหกล้มในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรมองข้าม การจำแนกความเสี่ยงและการดูแลที่เหมาะสมสามารถลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ นี่คือแนวปฏิบัติทางคลินิก (Clinical Practice Guideline) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลในการบริหารจัดการผู้ป่วยกลุ่มนี้

1. แนวปฏิบัติสำหรับกลุ่มที่มีการหกล้ม 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี (กลุ่มเสี่ยงต่ำ)

สำหรับผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีประวัติหกล้มเพียง 1 ครั้งในรอบปี และไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง มีขั้นตอนดังนี้:

การประเมิน 5 ด้าน (5 Domains Assessment):

  • ซักประวัติ: เหตุการณ์ว่าสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมในบ้านหรือนอกบ้าน

  • ตรวจการมองเห็น (Visual Acuity - VA): ตรวจวัดระดับการมองเห็น

  • ประเมินการทรงตัว: ด้วยวิธี 5 times chair stands หรือ TUG

  • วัดความดันโลหิต: ทั้งท่านั่งและท่ายืน (หาภาวะ Orthostatic Hypotension)

  • ประเมินความเสี่ยงจากการใช้ยา: ตรวจสอบรายการยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่

แนวทางการดูแลหลังการประเมิน:

  • การจัดการยา: ปรับยาให้เหมาะสมและลดความเสี่ยง

  • สายตา: หาก VA ผิดปกติมากกว่า 20/70 ข้างใดข้างหนึ่ง ให้นัดเข้าคลินิกจักษุแพทย์

  • การติดตาม: นัดติดตามอาการภายใน 6-12 เดือน

การให้คำแนะนำ:

  • แจกแผ่นพับท่าออกกำลังกาย หรือ Web link วิดีโอสอนออกกำลังกายกลับไปทำที่บ้าน

  • แนะนำอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี

  • แจกเอกสารการจัดบ้านและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย

  • การคัดกรองเพิ่มเติม: ตรวจภาวะกระดูกพรุนและระดับวิตามินดีในกลุ่มเสี่ยง

2. แนวปฏิบัติสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง

ได้แก่ ผู้ที่หกล้มมากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปี หรือ หกล้ม 1 ครั้งแต่มีผลกระทบทางร่างกาย (บาดเจ็บ, ฟกช้ำ, กระดูกหัก, การเคลื่อนไหวลดลง) หรือมีความกลัวการหกล้ม:

การประเมิน 9 ด้าน (5+4 Domains Assessment):

ทำการประเมิน 5 ข้อแรกเช่นเดียวกับกลุ่มเสี่ยงต่ำ และเพิ่มอีก 4 ด้าน ดังนี้:

  • ประเมินกิจวัตรประจำวัน: (ADLs, IADLs)

  • ประเมินสมรรถภาพสมอง: (MMSE หรือ Mini-cog)

  • คัดกรองภาวะซึมเศร้า: (Depression screening)

  • คัดกรองภาวะโภชนาการ: (Nutrition screening/BMI < 19)

แนวทางการดูแลรักษา:

  • แก้ไขสาเหตุ: รักษาภาวะสมองเสื่อม ซึมเศร้า หรือวินิจฉัยความผิดปกติของการเดิน

การส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ:

  • ส่งปรึกษาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehab): หากมีปัญหาการเดินหรือการทรงตัว

  • ส่งจักษุแพทย์: หากสายตามีปัญหา

  • โภชนาการ: หากพบภาวะโภชนาการบกพร่อง ให้ปรึกษานักโภชนาการ

การติดตามผล: นัดติดตามปัญหาการหกล้มอย่างใกล้ชิดและให้คำแนะนำป้องกันตามสาเหตุที่พบ

3. การดูแลแบบองค์รวมและปัจจัยทางสังคม (Holistic & Social Management)

เมื่อผ่านการคัดกรองจากพยาบาลหรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแล้ว ต้องพิจารณาบริบทของผู้ป่วยดังนี้:

กรณีผู้ป่วยมีปัญหาสุขภาพจิต

  • หากพบภาวะซึมเศร้าหรือสมองเสื่อม ทีมแพทย์จะต้องประเมินและวางแผนการรักษาร่วมกัน

กรณีผู้ป่วย "ไม่มี" ผู้ดูแล (Social Issues)

หากพบว่ามีความบกพร่องในการช่วยเหลือตัวเองและขาดผู้ดูแล:

  • ปรึกษานักสังคมสงเคราะห์: เพื่อช่วยค้นหาทรัพยากรของครอบครัว (Family resources)

  • ประสานงานกับศูนย์บริการชุมชน: เพื่อเยี่ยมประเมินและขอความช่วยเหลือ

  • ติดตามผลกับศูนย์ฯ เป็นระยะ: เพื่อประเมินระดับความช่วยเหลือที่ผู้ป่วยต้องการ และช่วยให้เข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น

กรณีผู้ป่วย "มี" ผู้ดูแล

  • Family Meeting: แพทย์จัดประชุมครอบครัวเพื่ออธิบายสาเหตุและแนวทางแก้ไข ให้ความรู้แก่ผู้ดูแลในระดับที่เข้าใจและปฏิบัติได้จริง

  • Rehabilitation: แนะนำการทำกายภาพบำบัดทั้งที่โรงพยาบาลและต่อเนื่องที่บ้าน

  • Environment: ปรับสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและปรับพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ป่วย

Follow-up: หากมีปัญหาการดูแลที่บ้าน ให้ส่งปรึกษาทีมเยี่ยมบ้านและติดตามผลกับผู้ดูแลเป็นระยะ


แหล่งที่มา: https://www.rama.mahidol.ac.th/fammed/th/article/patient/28jul2020-1242

DooLaeDee Logo

ค้นหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในไทยง่าย ๆ ที่ดูแลดี แพลตฟอร์มที่ดูแลโดยทีมแพทย์