แนวทางการดูแลและจัดการภาวะหกล้มในผู้สูงอายุ: จากการคัดกรองสู่การดูแลแบบองค์รวม
ภาวะหกล้มในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรมองข้าม การจำแนกความเสี่ยงและการดูแลที่เหมาะสมสามารถลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ นี่คือแนวปฏิบัติทางคลินิก (Clinical Practice Guideline) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลในการบริหารจัดการผู้ป่วยกลุ่มนี้
1. แนวปฏิบัติสำหรับกลุ่มที่มีการหกล้ม 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี (กลุ่มเสี่ยงต่ำ)
สำหรับผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีประวัติหกล้มเพียง 1 ครั้งในรอบปี และไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง มีขั้นตอนดังนี้:
การประเมิน 5 ด้าน (5 Domains Assessment):
ซักประวัติ: เหตุการณ์ว่าสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมในบ้านหรือนอกบ้าน
ตรวจการมองเห็น (Visual Acuity - VA): ตรวจวัดระดับการมองเห็น
ประเมินการทรงตัว: ด้วยวิธี 5 times chair stands หรือ TUG
วัดความดันโลหิต: ทั้งท่านั่งและท่ายืน (หาภาวะ Orthostatic Hypotension)
ประเมินความเสี่ยงจากการใช้ยา: ตรวจสอบรายการยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่
แนวทางการดูแลหลังการประเมิน:
การจัดการยา: ปรับยาให้เหมาะสมและลดความเสี่ยง
สายตา: หาก VA ผิดปกติมากกว่า 20/70 ข้างใดข้างหนึ่ง ให้นัดเข้าคลินิกจักษุแพทย์
การติดตาม: นัดติดตามอาการภายใน 6-12 เดือน
การให้คำแนะนำ:
แจกแผ่นพับท่าออกกำลังกาย หรือ Web link วิดีโอสอนออกกำลังกายกลับไปทำที่บ้าน
แนะนำอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี
แจกเอกสารการจัดบ้านและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย
การคัดกรองเพิ่มเติม: ตรวจภาวะกระดูกพรุนและระดับวิตามินดีในกลุ่มเสี่ยง
2. แนวปฏิบัติสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
ได้แก่ ผู้ที่หกล้มมากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปี หรือ หกล้ม 1 ครั้งแต่มีผลกระทบทางร่างกาย (บาดเจ็บ, ฟกช้ำ, กระดูกหัก, การเคลื่อนไหวลดลง) หรือมีความกลัวการหกล้ม:
การประเมิน 9 ด้าน (5+4 Domains Assessment):
ทำการประเมิน 5 ข้อแรกเช่นเดียวกับกลุ่มเสี่ยงต่ำ และเพิ่มอีก 4 ด้าน ดังนี้:
ประเมินกิจวัตรประจำวัน: (ADLs, IADLs)
ประเมินสมรรถภาพสมอง: (MMSE หรือ Mini-cog)
คัดกรองภาวะซึมเศร้า: (Depression screening)
คัดกรองภาวะโภชนาการ: (Nutrition screening/BMI < 19)
แนวทางการดูแลรักษา:
แก้ไขสาเหตุ: รักษาภาวะสมองเสื่อม ซึมเศร้า หรือวินิจฉัยความผิดปกติของการเดิน
การส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ:
ส่งปรึกษาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehab): หากมีปัญหาการเดินหรือการทรงตัว
ส่งจักษุแพทย์: หากสายตามีปัญหา
โภชนาการ: หากพบภาวะโภชนาการบกพร่อง ให้ปรึกษานักโภชนาการ
การติดตามผล: นัดติดตามปัญหาการหกล้มอย่างใกล้ชิดและให้คำแนะนำป้องกันตามสาเหตุที่พบ
3. การดูแลแบบองค์รวมและปัจจัยทางสังคม (Holistic & Social Management)
เมื่อผ่านการคัดกรองจากพยาบาลหรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแล้ว ต้องพิจารณาบริบทของผู้ป่วยดังนี้:
กรณีผู้ป่วยมีปัญหาสุขภาพจิต
หากพบภาวะซึมเศร้าหรือสมองเสื่อม ทีมแพทย์จะต้องประเมินและวางแผนการรักษาร่วมกัน
กรณีผู้ป่วย "ไม่มี" ผู้ดูแล (Social Issues)
หากพบว่ามีความบกพร่องในการช่วยเหลือตัวเองและขาดผู้ดูแล:
ปรึกษานักสังคมสงเคราะห์: เพื่อช่วยค้นหาทรัพยากรของครอบครัว (Family resources)
ประสานงานกับศูนย์บริการชุมชน: เพื่อเยี่ยมประเมินและขอความช่วยเหลือ
ติดตามผลกับศูนย์ฯ เป็นระยะ: เพื่อประเมินระดับความช่วยเหลือที่ผู้ป่วยต้องการ และช่วยให้เข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น
กรณีผู้ป่วย "มี" ผู้ดูแล
Family Meeting: แพทย์จัดประชุมครอบครัวเพื่ออธิบายสาเหตุและแนวทางแก้ไข ให้ความรู้แก่ผู้ดูแลในระดับที่เข้าใจและปฏิบัติได้จริง
Rehabilitation: แนะนำการทำกายภาพบำบัดทั้งที่โรงพยาบาลและต่อเนื่องที่บ้าน
Environment: ปรับสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและปรับพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ป่วย
Follow-up: หากมีปัญหาการดูแลที่บ้าน ให้ส่งปรึกษาทีมเยี่ยมบ้านและติดตามผลกับผู้ดูแลเป็นระยะ
แหล่งที่มา: https://www.rama.mahidol.ac.th/fammed/th/article/patient/28jul2020-1242
