DooLaeDee Logo

Main Menu Bar on the DooLaeDee Website

Use this to navigate between different parts of the DooLaeDee website.

สถานที่ (ตาย) นั้นสำคัญไฉน

โดย อ.พญ.นิลวรรณ นิมมานวรวงศ์

เผยแพร่เมื่อ 18 มกราคม 2026

สถานที่ (ตาย) นั้นสำคัญไฉน

เราเลือก “ที่ตาย” ได้หรือไม่?

หากเรามีความปรารถนาจะเสียชีวิตที่ใด เมื่อวันที่เราใกล้จะเสียชีวิต เป็นไปได้หรือไม่ที่จะได้อยู่ที่นั่นจริง และความปรารถนานี้อาจเป็นความปรารถนาครั้งท้ายสุดในชีวิตของเรา ที่เราอาจจะอยากได้มากที่สุด ทว่ามันจะเป็นไปได้จริงหรือ

ความปรารถนา vs ความเป็นจริง: ช่องว่างที่ยังห่างไกล

จากประสบการณ์การทำงานในการดูแลผู้ป่วย Palliative Care ในภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าหลายครั้งที่สถานที่ที่ผู้ป่วยหรือครอบครัวต้องการเสียชีวิตกับสถานที่ที่เสียชีวิตจริงต่างกัน

บางครั้งผู้ป่วยต้องการเสียชีวิตที่บ้าน ดังเช่นที่พบในงานวิจัยหนึ่งในประเทศไต้หวัน ที่พบว่าผู้ป่วยใกล้เสียชีวิตต้องการเสียชีวิตที่บ้านมีถึงประมาณ ร้อยละ 67(1) แต่ในความเป็นจริงอาจเกิดขึ้นไม่ได้เพราะ:

  • แพทย์อาจต้องการให้ดูอาการต่อในโรงพยาบาล

  • บ้านอาจไม่พร้อมเป็นที่ดูแล ขาดผู้ดูแล และขาดแคลนยา

  • ขาดอุปกรณ์ในการบริหารยาและอุปกรณ์ในการช่วยดูแล

ผู้ป่วยจึงจำต้องอยู่ในโรงพยาบาลกระทั่งเสียชีวิต บางครั้งก็เป็นครอบครัวเองที่มีความกังวลในการให้การพยาบาลผู้ใกล้เสียชีวิตที่บ้าน จึงต้องการให้ผู้ป่วยที่ใกล้เสียชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลตราบจนวาระสุดท้าย

ปัญหา "การเคลียร์เตียง" และความไม่พร้อมของครอบครัว

ในทางกลับกัน หลายครั้งที่ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิตที่ไม่มีความจำเป็นทางการพยาบาล และการดูแลรักษาทางการแพทย์มากนัก เนื่องจากเป็นระยะท้ายของโรค แต่ไม่พร้อมในการดูแลที่บ้าน ผู้ป่วยและครอบครัวมีความกลัวความกังวลในหลาย ๆ ด้าน แต่ในหลายโรงพยาบาลต้องการให้ผู้ป่วยกลับไปดูแลแบบประคับประคองที่บ้าน เพื่อ “เคลียร์เตียง” เพื่อให้ผู้ป่วยอื่นได้รับการรักษา

ความสำคัญของการเลือกสถานที่เสียชีวิตในระดับสากล

แท้จริงแล้วการได้เสียชีวิตในสถานที่ที่ผู้ป่วยต้องการถือเป็นงานสำคัญหนึ่งของการดูแลผู้ป่วยแบบ Palliative Care ในหลายประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย(2) และ สหราชอาณาจักร(3) ถือว่าเป็นภารกิจสำคัญหนึ่งที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรเคารพความปรารถนานี้และปฏิบัติตามเท่าที่จะสามารถทำได้ เนื่องจากคำนึงว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัด รวมทั้งกระทบต่อความรู้สึกทั้งของผู้ใกล้เสียชีวิต และครอบครัวด้วย(3)

สถิติและความเป็นไปได้ในการเลือกที่เสียชีวิต

แม้ว่ามีความพยายามสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้เสียชีวิตในที่ที่ต้องการแล้ว แต่ยังพบว่าสถานที่ที่ผู้ป่วยต้องการจะเสียชีวิตกับสถานที่ที่เสียชีวิตจริงนั้นอาจไม่สอดคล้องกัน จากรายงานวิจัยพบว่า ร้อยละ 30 – 91(4) ของผู้ป่วยในหลายประเทศทั่วโลกได้เสียชีวิตในสถานที่ที่ปรารถนา จะเห็นได้ว่าสถิติดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างมาก

นอกจากนี้มีการศึกษาแบบ Systematic Review ที่สนับสนุนอีกว่า ผู้ป่วยที่ไม่ได้เสียชีวิตในสถานที่ที่ตนต้องการมีสัดส่วนมากกว่า โดยมีความสำคัญทางนัยสำคัญทางสถิติ (weighted risk ratio of 1.23, 95% CI 1.01 to 1.49, p=0.04)(5) ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยได้เสียชีวิตในที่ที่ต้องการนั้นขึ้นกับปัจจัยหลายประการ อันได้แก่:

  1. ปัจจัยสนับสนุนจากแพทย์

  2. ปัจจัยสนับสนุนจากครอบครัว

  3. การสามารถเข้าถึง Hospice หรือ สถานที่ดูแลผู้ป่วยในช่วงท้ายของชีวิตด้วย(4)

เมื่อเวลาเปลี่ยน ความต้องการก็เปลี่ยน

อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิตและครอบครัวอาจมีสถานที่ที่ต้องการเสียชีวิตแตกต่างกัน และผู้ป่วยและครอบครัวอาจเปลี่ยนสถานที่ต้องการเสียชีวิตเมื่อเวลาผ่านไป การศึกษาในประเทศออสเตรเลียพบว่า การสอบถามสถานที่ต้องการเสียชีวิตในครั้งแรกส่วนใหญ่คือ บ้าน เทียบกับการถามครั้งสุดท้ายก่อนผู้ป่วยเสียชีวิตจริงพบว่าสัดส่วนของความต้องการเสียชีวิตใน Hospice และโรงพยาบาลมากขึ้น(2)

และพบว่าผู้ป่วยที่ต้องการเสียชีวิตที่บ้านได้เสียชีวิตจริงที่บ้านเพียง ร้อยละ 37.5 ซึ่งแตกต่างกันอย่างมากเมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ปรารถนาจะที่สถานพยาบาล (เช่น Hospice, สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ และโรงพยาบาล) ได้เสียชีวิตตามที่ต้องการถึง ร้อยละ 62.5 ถึง 76.9

แนวโน้มโลก: การเสียชีวิตที่บ้านลดลง

สถานที่เสียชีวิตของประชากรโลกมีแนวโน้มเปลี่ยนไปจากเดิม ข้อมูลสถิติการเสียชีวิตที่บ้านลดลงจากเดิมอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตที่สถานพยาบาลมากขึ้น

  • สหราชอาณาจักร: การเสียชีวิตที่บ้านมีลดลงเรื่อยใน 30 ปีที่ผ่านมา จากร้อยละ 31 เป็นร้อยละ 18 และมีแนวโน้มว่าในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้า จะมีผู้ป่วยเพียง ร้อยละ 10 ที่เสียชีวิตที่บ้าน(6)

  • เบลเยี่ยม: การเสียชีวิตเกิดขึ้นในโรงพยาบาลหรือสถานที่ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ประมาณ ร้อยละ 73 ส่วนการเสียชีวิตที่บ้านมีพบเพียงร้อยละ 24 โดยผู้ที่เสียชีวิตที่อื่นนอกจากบ้านมักเป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ใช่มะเร็ง การศึกษาน้อย และอยู่อาศัยเพียงลำพัง(7)

ความท้าทายในบริบทประเทศไทย

การทำให้ความปรารถนาของผู้ป่วยและครอบครัวเป็นจริงในครั้งสุดท้ายเรื่องสถานที่ที่ผู้ป่วยต้องการเสียชีวิตยังเป็นเรื่องท้าทายมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ในประเทศไทย เนื่องจากมีความจำกัดของสถานพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย เนื่องจากโรงพยาบาลยังเป็นสถานที่หลักในการดูแลผู้ป่วย แต่เป้าหมายหลักของโรงพยาบาลคือ การรักษาให้หาย (Cure) โดยใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้มากที่สุด ต่างจากเป้าหมายหลักของการดูแลผู้ป่วยใกล้เสียชีวิตที่ต้องการให้เพียง ไม่ทุกข์ทรมาน (Care)

Hospice และแนวความคิดในการจัดสถานที่เพื่อดูแลผู้ป่วยที่ใกล้เสียชีวิตจึงเริ่มได้รับความสนใจและกำลังก่อกำเนิดขึ้น ซึ่งยังอาจไม่สำเร็จและพัฒนาไปทั่วประเทศได้ในระยะเวลาอันสั้น

บทสรุป

ความปรารถนาในเรื่องสถานที่เสียชีวิตของผู้ป่วยเป็นสิ่งหนึ่งที่บุคลากรทางการแพทย์ควรตระหนักถึงความสำคัญ ร่วมกับการขับเคลื่อนนโยบายการดูแลผู้ป่วย Palliative Care อย่างจริงจังจะสามารถนำไปสู่การขยายบริการดูแลและบรรเทาอาการช่วงใกล้เสียชีวิตให้ครอบคลุมทั่วถึงทั้งที่บ้านและสถานพยาบาล เพื่อคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริงตราบจนวาระสุดท้าย

แหล่งที่มา: https://www.rama.mahidol.ac.th/fammed/th/article/postgrad/writer18/place_of_death

DooLaeDee Logo

ค้นหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในไทยง่าย ๆ ที่ดูแลดี แพลตฟอร์มที่ดูแลโดยทีมแพทย์