Covid-19 (SARS-CoV-2): อาการ ความเสี่ยง และการป้องกัน
Covid 19 เป็นชื่อที่ถูกย่อมาจาก Severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 หรือ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดและการติดเชื้อทางเดินหายใจประเภทอื่น ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสชนิดนี้ อาจมีอาการของโรคใน 2 – 14 วัน หลังจากได้รับเชื้อ
กลุ่มอาการของผู้ป่วยโควิด-19
ไข้
เจ็บคอ
ไอ
ปวดศีรษะ
เหนื่อย หรืออ่อนเพลีย
เจ็บหน้าอก
สูญเสียการรับรสชาติหรือดมกลิ่น
ตาแดง
หายใจลำบาก
คลื่นไส้ หรืออาเจียน
ปวดเมื่อยตามร่างกาย
ท้องเสีย
หนาวสั่น
มีผื่น
ใครบ้างจัดเป็น “กลุ่มเสี่ยง”
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค ดังนี้:
โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และโรคหอบหืด
โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจล้มเหลว
โรคไตเรื้อรัง เช่น โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
โรคทางเดินระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง
มะเร็งชนิดต่าง ๆ
เบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
โรคอ้วน (บุคคลที่มีน้ำหนัก >90 กก. หรือ BMI > 30 กก./ตร.ม.)
นานแค่ไหนก่อนที่ผู้ได้รับเชื้อไวรัสโคโรน่าจะเริ่มแสดงอาการ
โดยเฉลี่ย จะใช้เวลาประมาณ 5 – 7 วัน จึงจะแสดงอาการ แต่อย่างใดก็ตามจากการศึกษา พบว่าอาการอาจปรากฏขึ้นในระหว่าง 2 ถึง 14 วัน หลังจากสัมผัสเชื้อ
ไวรัสโคโรน่าแพร่กระจายอย่างไร?
การแพร่กระจายมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นใน ที่ปิดสนิท มากกว่ากลางแจ้งที่กระแสอากาศช่วยกระจายและเจือจางอนุภาคไวรัส
การแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่าจากคนสู่คนนั้นส่วนใหญ่ เกิดขึ้นผ่าน ละอองฝอยของสารคัดหลั่ง ที่ปนเปื้อนเชื้อ ซึ่งอนุภาคไวรัสอาจอยู่รอดได้ภายใน 3 ชั่วโมง หลังออกจากร่างกาย นอกจากนี้ไวรัสอาจยังสามารถแพร่กระจายของเชื้อในระดับต่ำมากตามที่ CDC ได้ให้ข้อมูลไว้
การป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่า
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อ คือ การหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการสัมผัสผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19
การดูแลสุขอนามัยมือ: โดยการล้างมือเป็นประจำอย่างน้อย 20 วินาที ด้วยน้ำและสบู่
ทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 60% ขึ้นไป
ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19
ระมัดระวังการสัมผัสบริเวณใบหน้า ตา จมูก และปากด้วยมือที่ยังไม่สะอาด
รักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 2 เมตร และหลีกเลี่ยงการไปในพื้นที่แออัด
หมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ได้รับการสัมผัสอยู่บ่อยครั้ง เช่น โทรศัพท์มือถือ คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์
ระมัดระวังในการรับประทานอาหารร่วมกัน เน้นการแยกจาน ช้อน ส้อมส่วนตัวในการรับประทานอาหาร ตลอดจนจำกัดการรับประทานอาหารร่วมกัน
แหล่งที่มา: https://www.rama.mahidol.ac.th/fammed/th/km/patient/15oct2021-1447
